ออกกำลังกายผิด ( เวลา ) ชีวิตเปลี่ยน

การออกกำลังกาย ให้ถูกช่วงเวลา เป็นสิ่งที่ดี

- Advertisement -

ช่วงเวลาใดไม่ควรออกกำลังกาย

หลายคนอาจไม่เคยคิดถึงข้อนี้ เพราะว่าการออกกำลังกายเป็นประจำ ทำให้ผู้ออกกำลังกายนั้นมีความสุข ร่างกายกระปรี้กระเปร่า แต่หากเมื่อใดไม่ได้ออกกำลังกาย วันนั้นจะรู้สึกไม่สดชื่นไม่สบายตัว หรืออาจหงุดหงิดได้ เพราะนั่นหมายความว่าร่างกายไม่ได้หลั่งสารแห่งความสุข หรือว่าเอ็นโดรฟินออกมา ดังนั้นผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ ก็มักจะหันมาออกกำลังกายตามเวลาที่ตัวเองเคยทำ เพื่อให้ร่างกายตอบสนองดีขึ้น และมีความสุขส่งผลให้ร่างกายแข็งแรงอยู่ตลอดเวลา ไม่เจ็บไม่ป่วยง่าย ถือเป็นยาอายุวัฒนะขนานดี ที่เราสามารถทำเองได้

การออกกำลังกายเป็นประจำหรือเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้ว แต่หลักการออกกำลังกายในบางช่วงเวลา ที่ผิด ยกตัวอย่างเช่นออกกำลังกายขณะที่เราป่วยไม่สบายเป็นต้น อาจส่งผลให้ร่างกายป่วยมากขึ้น หรืออ่อนแอลง วันนี้จึงขอหยิบยกตัวอย่าง ช่วงเวลาที่ไม่ควรออกกำลังกาย มาแนะนำ เพราะอาจส่งผลเสียกับร่างกายของคุณ ตามช่วงเวลาดังนี้

ช่วงเวลาที่เราป่วยหรือไม่สบาย

ไม่ควรออกกำลังกายในช่วงนี้เด็ดขาด เพราะจะทำให้ร่างกายอ่อนแอลง เนื่องจากสมรรถภาพทางร่างกาย ไม่ได้มีความแข็งแรงพอจะออกกำลังกายได้

หลังจากหายไข้

ช่วงนี้ของร่างกายถือว่าเป็นช่วงที่อ่อนแอที่สุด เพราะถ้าออกกำลังกายช่วงนี้ จะทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย และอาการไข้จะหายช้าลง

หลังจากรับประทานอาหารเสร็จใหม่ๆ

- Advertisement -

การออกกำลังกายช่วงนี้ส่งผลถึงระบบไหลเวียนโลหิตเป็นอย่างมาก เพราะช่วงเวลานี้ การไหลเวียนของโลหิต จะไปอยู่ที่ระบบย่อยอาหารของเรา ดังนั้นการออกกำลังกายช่วงนี้อาจจะส่งผลให้เป็นตะคริว เพราะเส้นเอ็นหรือกล้ามเนื้อได้รับการถ่ายเทเลือดมายังบริเวณนี้อย่างไม่เต็มที่

ช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลง

เช่นอากาศอบอ้าวร้อนจนเกินไป ช่วงนี้เป็นช่วงที่ทำให้ร่างกายมีอาการเสียเหงื่อ เสียน้ำในร่างกายเป็นอย่างมาก เพราะความร้อนภายในร่างกาย ดังนั้นการออกกำลังกายช่วงนี้จะส่งผลทำให้ร่างกาย สูญเสียน้ำมากขึ้นกว่าเดิม จึงควรงดการออกกำลังกายช่วงนี้ไปก่อน

นอกจากนี้แล้วในบางเหตุการณ์ บางช่วงเวลาของผู้ที่ออกกำลังกาย ที่กล่าวไว้เบื้องต้น ยังมีอีก หลายกรณี ที่อยากแนะนำเพิ่มเติมเช่น ไม่ควรออกกำลังกาย หนักจนเกินไป หากรู้สึกเหนื่อย ควรหยุดพัก หรือใช้ท่าออกกำลังกายที่เบาๆไม่ได้โยกย้ายร่างกายจนเกินไป รวมไปถึงช่วงเวลาที่เรามีอาการเจ็บป่วยร่วมด้วย เช่นหลังจากท้องเสียใหม่ๆ หรืออาจไม่ได้หลับไม่ได้นอน เพราะนั่นหมายถึงว่าร่างกายของคุณไม่ได้รับการพักผ่อน หรือฟื้นฟูสมรรถภาพแต่อย่างใด อาจทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยหรือมีอาการดังต่อไปนี้ได้

รู้สึกเหนื่อยผิดปกติ มากกว่าเดิม
อัตราการเต้นของหัวใจสูงกว่าปกติ
ระบบหายใจ ไม่คล่องเหมือนปกติ หายใจเร็วจนเกินไป
อาการวิงเวียนศีรษะ
อาการคลื่นไส้
อาการหน้ามืด
ชีพจรในร่างกายเต้นเร็วเกินกว่าปกติ ตั้งแต่ 140 ถึง 160 ครั้งต่อนาที

โปรดจำไว้เลยว่า ทุกครั้งที่ออกกำลังกาย แล้วพบว่ามีอาการดังกล่าวควรหยุดออกกำลังกายทันที และรีบปรึกษาแพทย์ เพื่อตรวจสุขภาพ หรือขอคำแนะนำ ในการดูแลสุขภาพของคุณ และคุณสามารถมีโอกาสในการออกกำลังกายและดูแลสุขภาพให้ดีตลอดไป *** และอย่าออกกำลังกายจนหักโหมเกินไป จนทำให้ร่างกายทรุดโทรมนะครับ

ขอขอบคุณที่มา | www.thaihealth.or.th



- Advertisement -

นอกจากนี้คุณยังอาจต้องการ