จีนเริ่มพัฒนา 6G แล้ว พร้อมประกาศว่าสามารถทำความเร็วในระดับ Tbps

6G Network© www.itpro.co.uk

6G | 6จี คืออะไรหลายคนยังคงสงสัยเพราะปัจจุบันแม้แต่ปัจจุบัน 5G เรายังไม่ได้ใช้กันเลย จะได้ใช้จริงคือปี 2020 แต่ต้องยอมรับว่าโลกปัจจุบันนั้นการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเร็วมาก

ดังนั้นเพื่อตอบสนองการใช้งานของประชากรผู้ใช้อินเตอร์เน็ตสำหรับ 6G mobile technology ประเทศจีนได้เริ่มนำร่องในการพัฒนาทางสามารถรองรับการใช้งานและความต้องการของเราได้แทบจะทุกคนเพราะคลื่นความถี่ 6G นั้นสามารถทะลุทะลวงได้จนถึงเนื้อเยื่อมี Low Latency ต่ำกว่า 4G และ 5G ทั้งยังสามารถส่งผ่านข้อมูลได้เร็วและไกลกว่า ยกตัวอย่างเช่น เราสามารถนำสัญญาณ 6G ไปใช้สแกนเพื่อใช้ในการผ่าตัดในระดับเนื้อเยื่อสำหรับ วงการแพทย์ หรือสามารถใช้สำหรับติดต่อสื่อสารระหว่าง ดาวเทียม สถานีอาวกาศ มายังพื้นโลกได้อย่างรวดเร็ว และยังรองรับความต้องการใช้งานอุปกรณ์มากกว่าหลายร้อยเท่าตัว

รวมถึงอุปกรณ์ที่มีส่วนประกอบของ AI ก็จะสามารถทำงานได้ไวขึ้นคิดและทำงานแทนมนุษย์ได้ดีขึ้น ซึ่งเพิ่มความสะดวกในการทำงานแบะการใช้ชีวิตได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งในอนาคตระบบ Artificial Intelligence (AI) จะแทรกซึมอยู่ทุกที่ใก้ลๆตัวเรา ไม่ว่าจะที่บ้าน ที่ทำงาน และในระบบอุตสาหกรรมการผลิตต่างๆ อย่างเช่นเครื่องจักร หรือแม้กระทั้งความบันเทิงอย่างภาพยนตร์ของ NETFLIX รวมไปถึงอุปกรณ์ Virtual Reality (VR) จะทำให้โลกแห่งของเกมส์หรือความสนุกความบันเทิงเปลี่ยนไปอย่างน่าอัศจรรย์

6G ใช้ตัวย่อความถี่คือ THz (Terahertz) โดยควาทถี่ที่ใช้เริ่มต้นที่ 1THz เนื่องจาก 6G นั้นให้ความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลและรับส่งข้อมูลได้มากถึง 100 Gigabite หรือ 1Terabyte (Tbps) ต่อวินาที หรือให้ความเร็วมากกว่า 5G ถึง 20 เท่าความถี่จึงแตกต่างจาก 5G ที่เราเรียกว่า IOT ใช้ความถี่อยู่ที่ 3.4 GHz ในการรับส่งข้อมูลหรือตามคำนี้เลย ” 6G Mobile Networks 1Tbps

6G© www.izzaweb.com/blog/koneksi-6g.html

เห็นแบบนี้แล้วอย่าเพิ่งดีใจไปเพราะ 6G ยังอยู่ในช่วงของการพัฒนาเท่านั้น เรื่องของค่าใช้จ่ายในการพัฒนา รวมถึงการให้บริการจริงอาจมีราคาแพง และอาจพร้อมให้บริการได้ในบางประเทศในช่วงปี 2030 หรืออีก 10 ปีข้างหน้าประเทศไทยมีผู้มห้บริการรายใหญ่อยู่ 3 ค่ายทั้ง AIS, DTAC, TRUE ที่พร้อมจะนำเทคโนโลยีมาให้เราต้องใช้กัน แต่เราต้องรอดูกันต่อไปว่าราคา และประสิทธิภาพการใช้งานจะคุ้มกับเงินที่จ่ายหรือไม่ต้องรอติดตาม

ข้อมูลอ้างอิง

www.techradar.com
www.techtalkthai.com
Youtube Ceemeagain Channel


เพิ่มเติมคุณอาจกำลังสนใจ