‘ดุสิตธานี’ เดินหน้าขยายธุรกิจในฟิลิปปินส์ต่อเนื่อง เตรียมเปิด ‘โรงแรมดุสิตปริ้นเซส’ เป็นแห่งที่ 6 ไตรมาสแรก ปี 64 ก่อนลุยเพิ่มอีก 11 โครงการ

ดุสิตธานี เดินหน้าขยายธุรกิจโรงแรมในประเทศฟิลิปปินส์อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ลงนามในสัญญากับบริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล บิวเดอร์ คอร์ปอร์เรชั่น หรือ IBC เพื่อบริหาร โรงแรมดุสิตปริ้นเซส โบราไกย์ ซึ่งตั้งอยู่ที่หาดทรายขาว ชายหาดที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับ 1 ของเกาะโบราไกย์ ประเทศฟิลิปปินส์ คาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการในไตรมาสแรกของปี 2564

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DTC เปิดเผยว่า โรงแรมดุสิตปริ้นเซส โบราไกย์ เป็นโรงแรมแห่งที่ 6 ของดุสิตธานี จากก่อนหน้านี้ บริษัทฯ มีโรงแรมในเครือที่เปิดให้บริการในฟิลิปปินส์รวม 5 แห่ง ได้แก่ ดุสิตธานี มะนิลา, ดุสิตดีทู ดาเวา, ดุสิตธานี เรสซิเด้นท์ ดาเวา, เดอะบีชคลับที่ลูบิ แพลนเทชั่น และดุสิตธานี มัคตัน เซบู รวมถึงยังมีวิทยาลัยดุสิตบริหารการโรงแรมอีก 1 แห่งที่กรุงมะนิลา ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน โดยมีหลักสูตรระยะสั้นและหลักสูตรเฉพาะเพื่อสร้างผู้เชี่ยวชาญด้านการโรงแรม และเตรียมความพร้อมในการทำงานได้อย่างมืออาชีพและตรงตามความต้องการของธุรกิจโรงแรม

“เรามองว่า ฟิลิปปินส์ยังมีศักยภาพและโอกาสเติบโตด้านการท่องเที่ยว ด้วยความพร้อมของภูมิประเทศที่มีความหลากหลาย ขณะเดียวกัน ยังมีความคล่องตัวเรื่องการใช้ภาษาในการสื่อสารที่สามารถบริการและต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกได้เป็นอย่างดี ทำให้กลุ่มดุสิตธานีมองเห็นโอกาสในการขยายธุรกิจในฟิลิปปินส์อย่างต่อเนื่อง โดยดุสิตธานียังมีโครงการที่เตรียมจะเปิดให้บริการเพิ่มอีก 11 โครงการ ภายใต้แบรนด์ ดุสิตธานี, ดุสิตดีทู, ดุสิตปริ้นเซส และอาศัย โดยโครงการทั้งหมดจะพร้อมเปิดให้บริการภายใน 3 ปี ซึ่งจะทำให้ดุสิตกลายเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในฟิลิปปินส์อีกด้วย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มดุสิตธานี กล่าว

สำหรับโรงแรมดุสิตปริ้นเซส โบราไกย์ ที่จะเปิดให้บริการในไตรมาสแรกของปี 2564 นั้น ตั้งอยู่บนเกาะโบราไกย์ ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงมะนิลาไปทางทิศใต้ประมาณ 315 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางจากมะนิลาไปยังเกาะนี้เพียง 1 ชั่วโมง โดยเครื่องบิน โบราไกย์มีชื่อเสียงอย่างมากในเรื่องน้ำทะเลสีฟ้าใสและชายหาดที่ขาวสะอาดมาก อีกทั้งยังถือเป็นเกาะสวรรค์ติดอันดับต้นๆ ของสถานที่พักผ่อนสำหรับคนชื่นชอบทะเลและได้รับการยอมรับจากทั่วโลกอีกด้วย เกาะนี้มีกิจกรรมหลากหลายให้นักท่องเที่ยวได้เพลินเพลิน อาทิ ดำน้ำดูปะการัง กีฬาทางน้ำต่างๆ เดินชมธรรมชาติในป่าเขตร้อนอันอุดมสมบูรณ์ ปีนเขา และการปั่นจักรยานเสือภูเขา

แนะนำเพิ่มเติม
ป้ายหน้าการแบ่งหน้า

ทั้งนี้ โรงแรมดุสิตปริ้นเซส โบราไกย์ ได้รับการออกแบบแนวร่วมสมัยที่สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นตามมาตรฐานแบรนด์ดุสิตปริ๊นเซส มีห้องพักทั้งหมด 120 ห้อง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย รวมถึงสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ที่สามารถมองเห็นชายหาดอันงดงาม ห้องอาหารที่เปิดให้บริการตลอดวัน ห้องออกกำลังกาย ห้องประชุม และห้องจัดงานเลี้ยง

“เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างมากที่ได้ลงนามในสัญญาเพื่อบริหาร ดุสิตปริ้นเซส โบราไกย์ ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอย่างมาก เราดีใจที่ได้มีโอกาสร่วมงานกับ IBC เพราะเราทั้งสองบริษัทมีแนวคิดในการดำเนินธุรกิจคล้ายๆกันในด้านการมุ่งเน้นการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่ไม่เพียงแต่จะมอบประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายให้กับลูกค้า แต่เรายังมุ่งเน้นและสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนให้แก่ชุมชนโดยรอบอีกด้วย” นางศุภจีกล่าว

มร. อัลฟอนโซ แทน ประธาน บริษัท IBC กล่าวเพิ่มเติม “ความตั้งใจของเราคือการพัฒนาโครงการ ดุสิตปริ้นเซส โบราไกย์ ควบคู่ไปกับการมีส่วนช่วยพัฒนาเกาะโบราเกย์ให้เป็นจุดหมายปลายทางที่มีความงดงามตามธรรมชาติอย่างที่เกาะนี้มีชื่อเสียง และเราก็โชคดีที่ได้ดุสิตมาเป็นพันธมิตร เพราะดุสิตมีความประสบการณ์ด้านการบริการโรงแรมและรีสอร์ทที่ตั้งอยู่บนเกาะหลายแห่ง เราเชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะได้รับการตอบรับที่ดีทั้งคนท้องถิ่นและแขกที่มาเยือนอย่างแน่นอน”

– จบ –

ข้อมูลเกี่ยวกับดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล:
ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล หรือ บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งโดยท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย เมื่อปี พ.ศ. 2491 ผู้ก่อตั้งโรงแรมปริ๊นเซสแห่งแรกขึ้นบนถนนเจริญกรุง ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล เป็นผู้นำด้านบริหารโรงแรมและด้านการศึกษา ปัจจุบันดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล บริหารโรงแรมและ รีสอร์ทภายใต้แบรนด์ดุสิตธานี ดุสิตดีทู ดุสิตปริ๊นเซส และดุสิตเดวาราณา ที่เปิดให้บริการในภูมิภาคต่างๆ และยังมีโรงแรมและรีสอร์ตที่อยู่ในแผนพัฒนาเตรียมเปิดให้บริการเพิ่มอีกกว่า 50 แห่งทั่วโลก
ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล ดำเนินงานขยายธุรกิจให้ครอบคลุมทุกเซ็กเม้นท์ในตลาดบริการที่พักเพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ที่แตกต่างให้กับแขกที่เข้าพักและลูกค้า โดยได้ขยายตัวเข้าสู่ตลาดให้เช่าวิลล่าตากอากาศระดับบนผ่านการซื้อกิจการอีลิธ เฮเว่นส์ (Elite Havens) แบรนด์ผู้นำในตลาดให้เช่าวิลล่าหรูระดับบนของเอเชีย รวมไปถึงการเปิดตัวกลุ่มโรงแรมอาศัย (ASAI Hotels) แบรนด์โรงแรมน้องใหม่สำหรับกลุ่มนักเดินทางที่มีไลฟ์สไตล์แบบมิลเลนเนียลผู้ซึ่งชื่นชอบประสบการณ์การท่องเที่ยวเหมือนเป็นคนท้องถิ่นแท้ๆ ตามหัวเมืองแหล่งท่องเที่ยวทั่วโลก
นอกเหนือจากธุรกิจโรงแรม ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล ยังดำเนินธุรกิจเทวารัณย์ สปา และการศึกษา โดยได้ก่อตั้งวิทยาลัยดุสิตธานีขึ้นในปี พ.ศ. 2536 สถาบันการศึกษาระดับปริญญาตรีและโท ซึ่งมีสาขาอยู่ที่กรุงเทพฯและพัทยา อีกทั้งยังบริหารโรงเรียนสอนประกอบอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้จัดตั้งบริษัท ดุสิต ฟู้ดส์ เพื่อเข้าลงทุนในธุรกิจอาหาร โดยที่ผ่านมา ดุสิต ฟู้ดส์ ได้เข้าลงทุนในบริษัท เอ็นอาร์ เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โพรดิวซ์ จำกัด หรือ NRIP ซึ่งเป็นผู้ผลิตและส่งออกอาหารสำเร็จรูปพร้อมทาน เครื่องปรุงรส ซอส เครื่องดื่มและน้ำผลไม้ และบริษัท เอ็บเพอคิวร์ เคเทอริ่ง จำกัด (ECC) ผู้นำธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มโรงเรียนนานาชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อสร้างการเติบโตในธุรกิจอาหารและธุรกิจเคเทอริ่ง
ในปี 2562 ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล เริ่มดำเนินการสร้างโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ แห่งใหม่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบผสม (Mixed-use real estate development) อันประกอบไปด้วยอาคารที่พักอาศัย อาคารสำนักงาน พื้นที่ค้าขาย และโรงแรม ทั้งนี้ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ แห่งใหม่มีกำหนดเปิดให้บริการภายในปี 2566 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.dusit.com
ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ
สุรีรัตน์ สุดไพรักษ์ | รองผู้อำนวยการฝ่ายการสื่อสารองค์กร | ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล
โทร +66 (0) 2200 9999 ต่อ 3321 | อีเมล: sureerat.sp@dusit.com


เพิ่มเติมคุณอาจกำลังสนใจ