“ไฮเซนส์” ติดอันดับ “BrandZ Top 10 Chinese Global Brand Builders”

ไฮเซนส์ (Hisense) ขึ้นแท่นท็อปเทนสุดยอดผู้สร้างแบรนด์จีนระดับโลกสามปีซ้อน ประสบความสำเร็จในเวทีการตลาดระดับโลกอย่างต่อเนื่อง โดยขึ้นแท่นท็อปเทนในการจัดอันดับสุดยอดผู้สร้างแบรนด์จีนในตลาดโลก หรือ “BrandZ Top 10 Chinese Global Brand Builders” ติดต่อกันเป็นปีที่สาม

โดยไต่อันดับจากที่ 9 ขึ้นสู่อันดับที่ 6 และล่าสุดได้ขึ้นครองอันดับ 1 ในสาขาเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านประจำปี 2019 ได้สำเร็จ

มร.ยี่ เสี่ยวผิง (Mr. Yi Xiaobing) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไฮเซ่นส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า จากรายงาน “BrandZ Top 50 Chinese Global Brand Builders” ฉบับล่าสุดซึ่งจัดทำโดย WPP และ KANTAR โดยความร่วมมือกับ Google จากรายงานดังกล่าวยังได้เปิดเผยถึงดัชนีชี้วัดอิทธิพลของแบรนด์

ซึ่งไฮเซนส์มีอัตราการเติบโตสูงถึง 55% จาก 530 สู่ 823 คะแนน โดยได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในห้าแบรนด์ที่เติบโตเร็วที่สุดแห่งปีร่วมกับแบรนด์ชั้นนำ ได้แก่ เทนเซ็นต์ (Tencent) และ กรี (Gree)

แนะนำเพิ่มเติม
ป้ายหน้าการแบ่งหน้า

ทั้งนี้ การที่ไฮเซนส์ติดอันดับ “BrandZ Top 10 Chinese Global Brand Builders” ถือเป็นความสำเร็จจากอิทธิพลและกลยุทธ์ของแบรนด์ในระดับโลก ปัจจุบัน ไฮเซนส์ เป็นเจ้าของบริษัทที่ตั้งอยู่ทั่วโลกจำนวนทั้งสิ้น 54 แห่ง มีฐานการผลิตตั้งอยู่ในต่างประเทศ 5 แห่ง ซึ่งดำเนินงานเพื่อรองรับห่วงโซ่อุปทานของแบรนด์ และยังมีศูนย์ R&D อีก 7 แห่ง ทำการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์อันทันสมัยสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง

สำหรับการเติบโตอันรวดเร็วของแบรนด์ไฮเซนส์นั้น เกิดจากดำเนินกลยุทธ์ Sport Marketing โดยไฮเซนส์ได้ให้การสนับสนุนและร่วมกิจกรรมการตลาดระดับโลกกับการแข่งขันฟุตบอลโลก หรือ ฟีฟ่า เวิลด์คัพ 2018 (FIFA World Cup™) ส่งผลให้การรับรู้ของแบรนด์ไอเซนส์ในระดับโลกเพิ่มขึ้นถึง 6% ภายหลังจากการแข่งขันสิ้นสุดลง นอกจากนี้ ไฮเซนส์ยังมีโอกาสได้ร่วมมือกับสหภาพสมาคมฟุตบอลยุโรป หรือ ยูฟ่า (EUFA) อีกครั้ง และได้ร่วมเป็นหนึ่งในพันธมิตรระดับโลกของการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2020 (UEFA EURO 2020) ซึ่งจะทำให้แบรนด์ไฮเซนส์ได้รับความสนใจและเป็นที่จดจำในตลาดระดับนานาชาติเพิ่มมากขึ้น

“ปีที่ผ่านมา ไฮเซนส์ กรุ๊ป (Hisense Group) มียอดขายเพิ่มขึ้น 14.02% ส่วนรายได้จากต่างประเทศเพิ่มสูงขึ้นถึง 29.9% โดยรายได้จากยอดขายของไฮเซนส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (Hisense International) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 10.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องและการได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคในด้านคุณภาพและความคุ้มค่า” มร.เสี่ยวผิง กล่าว

ทั้งนี้ จากข้อมูลในรายงาน “BrandZ Top 50 Chinese Global Brand Builders” ยังแสดงให้เห็นว่า แบรนด์จากประเทศจีนนั้นมีการเติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดญี่ปุ่น ฝรั่งเศส และสเปน โดยเฉพาะการเติบโตในด้านอิทธิพลของแบรนด์ โดยไฮเซนส์ซึ่งถือเป็นบริษัทจีนชั้นนำในด้านการพัฒนาตลาดต่างประเทศ และยังคงมีผลการดำเนินงานที่ดีในตลาดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภูมิภาคอเมริกาเหนือ, ยุโรป, แอฟริกา, ตะวันออกกลาง, และเอเชีย-แปซิฟิก โดยในปี 2561 ยอดขายของแบรนด์ไฮเซนส์ในประเทศแคนาดาและอังกฤษเติบโตขึ้นถึง 30% ส่วนในประเทศแอฟริกาใต้ สเปน ญี่ปุ่น และฝรั่งเศส ก็มียอดขายที่เติบโตในอัตราตัวเลขสองหลักอีกด้วย ส่วนในประเทศไทยไฮเซ่นส์ยังคงใช้กลยุทธ์ที่เน้นความแข็งแกร่งของช่องทางจัดจำหน่ายต่อไป พร้อมดำเนินกิจกรรมต่างๆ กับพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง


เพิ่มเติมคุณอาจกำลังสนใจ