นักไถวัยจิ๋ว คลื่นลูกใหม่แห่งวงการกีฬาจักรยาน เตรียมฟิตพร้อมแข่ง IBKB Balance Bike Challenge 2018 ในงาน International Bangkok Bike 2018

ais next g
Loading...
นักไถวัยจิ๋ว คลื่นลูกใหม่แห่งวงการกีฬาจักรยาน

นักไถวัยจิ๋ว | คลื่นลูกใหม่แห่งวงการกีฬาจักรยาน

เมื่อจักรยานขาไถไม่ใช่แค่งานอดิเรกธรรมดาอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นเส้นทางสู่การเป็นนักกีฬาระดับแชมป์โลกและแชมป์เอเชีย จักรยานขาไถ หรือ Balance Bike ได้รับความนิยมอย่างมากที่ต่างประเทศ เริ่มเข้ามามีบทบาทและเป็นที่นิยมมากขึ้นในประเทศไทย เนื่องจากเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมในด้านพัฒนาการ การเจริญเติบโตของเด็ก โดยสามารถเริ่มเล่นได้ตั้ง 1 ขวบ เรียกได้ว่าถ้าเดินได้ก็เล่นได้ ทำให้ Balance Bike เกิดเป็นกีฬาชนิดใหม่สำหรับเด็กวัยจิ๋วกันเลย

Balance Bike เป็นจักรยานไร้ซึ่งบันไดปั่น จึงต้องใช้ทักษะการทรงตัวบนจักรยานและใช้สองเท้าไถไปเรื่อย ๆ แม้ก่อนหน้านี้จักรยานขาไถจะเป็นเพียงกิจกรรมเล็ก ๆ ในครอบครัว แต่ปัจจุบันได้มีการจัดการแข่งขันชิงแชมป์กันอย่างแพร่หลายทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ
น้องเดลต้า ด.ช.อชิรวิชญ์ ไชยมงคล ในวัย 4 ขวบ เริ่มเล่นกีฬา Balance Bike ตั้งแต่ 1 ขวบกว่า จุดเริ่มต้นนี้เกิดจากการที่คุณพ่อเห็นว่าลูกของตนไม่ค่อยได้เล่นกิจกรรมใด แล้วลูกก็เจ็บป่วยอยู่บ่อยครั้ง คุณพ่อเองจึงซื้อจักรยานขาไถมาให้ลองเล่น เพราะเป็นกีฬาชนิดเดียวที่เด็กขวบกว่าสามารถเล่นได้ในตอนนั้น และเริ่มเข้าสู่วงการแข่งขัน จนล่าสุดน้องเดลต้าสามารถคว้าแชมป์ Balance Bike ของโลกด้วยวัยเพียง 3 ขวบ จากการแข่งขันรายการ Strider Cup World Championship 2018 สหรัฐอเมริกา

น้องข้าวตู ด.ช.วิปัศย์ อุดมสามทรัพย์ วัย 5 ขวบ แชมป์ Balance Bike ของเอเชีย จากรายการ Strider Cup Asian Championship 2018 ข้าวตูเป็นเด็กที่หลงใหลในการเล่นกีฬา และชื่นชอบการทำกิจกรรมต่างๆ ของโรงเรียนอยู่เสมอ กีฬา Balance Bike เป็นหนึ่งในกีฬาที่ข้าวตูให้ความสนใจและทุ่มเทอย่างจริงจัง เมื่อได้ลองทำอะไรแล้ว เขามักจะมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ในสิ่งที่เขารัก แม้การฝึกซ้อมจะเหน็ดเหนื่อย แต่ความมีระเบียบวินัยของข้าวตูนั้นไม่ต่างจากผู้ใหญ่เลย
โค้ชกรณ์ สังฆบุญ เล่าว่า น้องทั้งสองต้องมีการฝึกซ้อมเพิ่มมากขึ้น มีขั้นตอนชัดเจนในคลาสแบบผู้ใหญ่ เพราะสิ่งสำคัญในการเล่นกีฬาคือร่างกายต้องพร้อม ส่วนการฝึกซ้อมในขั้นแรกจะเป็นการสร้างสมรรถภาพทางร่างกาย โดยการวิ่ง และวิ่งลากยาง ครั้งละ 1 ชม. ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม

หลังจากนั้นก็จะเป็นการวิ่งดึงยางหรือรั้งยาง คือการวิ่งแตะวิ่งปล่อย เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ต่อด้วยการฝึกเทิร์น การเข้าโค้ง การซิกแซ็ก ซ้อมแบบนี้หลังเลิกเรียนทุกวัน วันละ 3 ชม. แม้บางครั้งจะมีงอแงบ้าง แต่ทั้งสองคนสู้ไม่ถอย ด้วยสัญชาตญาณนักกีฬา โดยโค้ชกรณ์ ซึ่งเป็นโค้ชผู้ฝึกสอน บอกกับเราว่า “ สิ่งหนึ่งที่พวกเขามีก็คือใจที่สู้ และชอบที่จะเรียนรู้ ฝึกทั้งน้ำตา แต่ก็ยังสู้ต่อ เวลาขึ้นจักรยานคือเสือเลย” และนั่นคือเลือดนักสู้ ที่ทำให้พวกเขาทั้งสองคว้าแชมป์กลับมาได้อย่างภาคภูมิใจ

“กีฬาในปัจจุบันส่วนใหญ่คนมักจะนึกถึงกลุ่มผู้ใหญ่เป็นหลัก เด็กรองลงมา จึงทำให้เกิดแรงบันดาลใจอยากสร้างนักกีฬาในระดับเยาวชน กลุ่มเด็กเล็กจนถึงเด็กโต ได้มีพื้นที่แสดงความสามารถให้ผู้ใหญ่มองเห็นเพื่อเปิดโอกาสให้เด็กได้มีพื้นที่ด้านกีฬามากขึ้น”โค้ชกรณ์กล่าวทิ้งท้าย

ด้านนางสาวฉัตรวดี มีสุข ผู้จัดการโครงการ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด หรือ นีโอในฐานะผู้จัดงาน INTERNATIONAL BANGKOK BIKE 2018 มองว่า กีฬาจักรยานไม่ได้แข่งแค่เพื่อสุขภาพแต่ในอนาคตสามารถสร้างเป็นอาชีพได้ เรามองเห็นศักยภาพของเด็กไทย ที่สามารถปลุกปั้นให้ได้เป็นตัวแทนของประเทศต่อไปในอนาคต ดังนั้นการจัดงาน INTERNATIONAL BANGKOK BIKE 2018 ครั้งที่ 12 นี้ จะแตกต่างจากปีก่อนๆ เพราะนอกจากจะรวมสินค้า-นวัตกรรม-เทรนด์ จากผู้ประกอบการแบรนด์ชั้นนำทั่วโลก และอุปกรณ์สำหรับจักรยาน รวมกว่า 300 บูธ มาไว้ในงานเดียวแบบครบวงจรแล้ว ในปีนี้ ยังได้จัดการแข่งขันจักรยานภายในงานขึ้นเป็นปีแรก โดยแบ่งเป็น IBKB Balance Bike Challenge 2018 รถขาไถเด็ก แบ่งเป็น 5 รุ่น อายุ 2-6 ขวบ ซึ่งจัดแบบ Open Brand ครั้งแรกของไทย

นอกจากนี้ ยังมีแข่งขันจักรยานผู้ใหญ่ในประเภทต่าง ๆ ได้แก่ 1.รวมรุ่นเสือหมอบ ฟิกซ์เกีย วินเทจ 2.จักรยานพับได้รวมทุกยี่ห้อ 3.รวมรุ่นเสือภูเขา ฮาทเทล ฟูซัด ฟรีไร สตรีท ล้อโต 4.จักรยานไซด์ครอส 5.จักรยาน BMX Trial freestyle 6.ไบค์แมสเซ็นเจอร์ 7. จักรยานสองตอน อีกด้วย

สำหรับงาน INTERNATIONAL BANGKOK BIKE 2018 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-25 พฤศจิกายน 2561 ณ อิมแพค เมืองทองธานี ฮอลล์ 3-4 งานแสดงสินค้าจักรยานที่ใหญ่ที่สุดของไทย สามารถดูรายละเอียดผู้ประกอบการที่มาร่วมออกบูธ หรือ ตารางการแข่งขัน ได้ที่ www.internationalbangkokbike.com โทร 02 203 4241-4