MC โชว์ 1Q21 แกร่ง กำไรสุทธิพุ่งเกือบ 110 ลบ.

“แม็คกรุ๊ป” โชว์ผลงานงวดไตรมาส 1/64 กำไรสุทธิพุ่งเฉียด 110 ล้านบาท ตามการเติบโตของรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นแตะ 779 ล้านบาท สวนกระแสเศรษฐกิจ หลังพลิกเกมปรับดีไซน์-เพิ่มรูปแบบสินค้าขยายฐานจับลูกค้ากลุ่ม “ผู้หญิง” รุกหนักช่องทางขายออนไลน์ เน้น Omni-Channel เต็มรูปแบบ พร้อมคุมเข้มต้นทุน-ค่าใช้จ่ายกด COG ลงได้เกือบ 2% ขณะที่ SG&A เหลือ 43.8% ผู้บริหารคาดมาตรการ “ช้อปดีมีคืน” ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อผู้บริโภค หนุนภาพรวมผลการดำเนินงานไตรมาส 2/64 เติบโตสดใส

นางชนัญญารักษ์ เพ็ชร์รัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ “MC” เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1 งวดปีบัญชี 2564 (1 ก.ค. – 30 ก.ย. 2563) ว่า บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 109 ล้านบาท เติบโตขึ้น 69.1% เทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายการพิเศษขาดทุนจากการขายเงินทุนในบริษัท ไทม์ เดคโค คอร์ปอเรชั่น จำกัด จำนวน 39 ล้านบาท ตามการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายเกือบ 3% แตะ 779ล้านบาท ซึ่งมาจากยอดขายโดยเฉพาะช่องทางร้านค้าออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นเกือบ 52% แตะ 99 ล้านบาท และร้านค้าปลีกของตนเอง (Free-Standing Shop) เพิ่มขึ้นแตะ 442 ล้านบาท สวนกระแสภาพรวมเศรษฐกิจภายในประเทศที่ยังไร้สัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน

แนะนำเพิ่มเติม
ป้ายหน้าการแบ่งหน้า

โดยสาเหตุสำคัญมาจากการพลิกเกมปรับดีไซน์ และเพิ่มความหลากหลายของประเภทสินค้า เพื่อขยายฐานลูกค้าเจาะกลุ่ม “ผู้หญิง” “มิลลิเนียล” และ “คนเมือง” ด้วยกลยุทธ์การตลาดแบบส่งตรงเฉพาะกลุ่มเป้าหมาย ผ่านช่องทางออนไลน์ รวมถึงให้ความสำคัญ Omni-Channel ที่ผลักดันศักยภาพพนักงานขายให้สามารถขายทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผลักดันยอดขายออนไลน์ให้เติบโตขึ้นแบบก้าวกระโดด

ขณะเดียวกัน บริษัทฯยังสามารถรักษาอัตรากำไรไว้ได้ในระดับสูง โดยอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) อยู่ที่ระดับ 60.7% ปรับเพิ่มขึ้นจาก 58.8% ในช่วงเดียวกันปีก่อน จากการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยต้นทุนขาย (COG) ปรับลดลง 1.8% เหลือ 306.2 ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อยู่ที่ระดับ 14.0% ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายทั้งปีที่บริษัทฯวางไว้ 14-16% หลังจากการเดินหน้าควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารกด SG&A ลงเหลือ 43.8% เทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อนอยู่ที่ระดับ 45.7%

นางชนัญญารักษ์ บอกเพิ่มเติมว่า สำหรับแนวโน้มไตรมาส 2/64 (1 ต.ค. – 31 ธ.ค. 2563) คาดรับอานิสงค์มาตรการ “ช้อปดีมีคืน” ของรัฐบาล ที่จะช่วยกระตุ้นกำลังกำลังซื้อผู้บริโภคภายในประเทศ ผลักดันยอดขายและภาพรวมผลประกอบการให้เติบโตสดใส ขณะเดียวกันบริษัทฯยังคงเดินหน้ายกระดับประสิทธิภาพของ Platform พร้อมมองหาพันธมิตรร่วมพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ผลักดันรายได้เติบโตตามเป้าหมายเฉลี่ย 10-12% พร้อมรักษาอัตรากำไรสุทธิไว้ที่ระดับ 14-16% ตอกย้ำการเป็น “หุ้นเติบโต-ปันผลสูง” (High Dividend)

เพิ่มเติมคุณอาจกำลังสนใจ