ไมโลเผยเคล็ดลับเลี้ยงลูกให้เป็นแชมป์ชีวิตจริง ไม่ใช่สิงห์สนามแข่ง

พร้อมทำความรู้จัก “ตั้งใจ” และ “ข้าวปั้น” สองสาวนักเตะรุ่นจิ๋ว

การศึกษากับเยาวชนนั้นเป็นสิ่งที่พ่อแม่ให้ความสำคัญ และต้องการให้ลูกหลานตัวเองตั้งใจเรียนจะได้ประสบความสำเร็จในอนาคต แต่การเรียนรู้นอกห้องเรียนหรือการเรียนรู้จากประสบการณ์ในชีวิตจริงนั้นก็สำคัญและช่วยให้ประสบความสำเร็จในชีวิตได้เช่นกัน กีฬาเป็นอีกบทเรียนหนึ่งที่นอกจากจะช่วยให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงแล้ว กีฬายังเป็นครูชีวิตที่สามารถสร้างคน สร้างอาชีพให้เด็กๆ เติบโตเป็นผู้ใหญ่อย่างมีคุณภาพได้เช่นเดียวกัน ด้วยเหตุนี้ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มไมโล จึงจัดการแข่งขัน “ไมโล แชมเปียนส์คัพ” ทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลระดับโลกครั้งแรกของไมโล ตอกย้ำเจตนารมณ์ในการส่งเสริมให้เด็กไทยเติบโตสู่ความสำเร็จด้วยกีฬาเพราะกีฬาคือครูชีวิต พร้อมส่งน้องๆ ทีมนักเตะไมโลตัวแทนประเทศไทยทั้งหมด 8 คน ร่วมเปิดประสบการณ์การเรียนรู้และแข่งขัน ณ สโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา ประเทศสเปน

ไมโล แชมเปียนส์คัพ เป็นความร่วมมือระหว่างไมโลและสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา และเป็นทัวร์นาเมนต์ระดับโลกที่เปิดโอกาสให้เด็กผู้หญิงสามารถร่วมแข่งในทีมได้ และต้องมีผู้เล่นหญิงอย่างน้อยหนึ่งคนตลอดเวลาการแข่งขันอีกด้วย น้องตั้งใจ และน้องข้าวปั้น จึงเป็นตัวแทนเด็กผู้หญิงเพียงสองคนในทีมที่จะเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้

สาวน้อยคนเก่งผู้มีเอกลักษณ์กับผมเปีย ด.ญ.มาติกา ท่าพริก หรือ น้องตั้งใจ วัย 11 ปี หนึ่งในตัวแทนเด็กไทย เล่าให้ฟังว่า “เริ่มเล่นฟุตบอลเมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้ว เห็นน้องชายเล่นเลยอยากเล่นด้วย และมีโอกาสเล่นมาตลอดจนถึงตอนนี้ ปัจจุบันเล่นตำแหน่งกองกลางของทีม จะซ้อมทุกวันหลังเลิกเรียนและวันหยุด จึงต้องแบ่งเวลารีบทำการบ้านให้เสร็จจะได้มีเวลาซ้อมเต็มที่ รู้สึกดีใจมากที่ได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนทีมประเทศไทยในการแข่งขันไมโล แชมเปียนส์คัพ และตื่นเต้นมากที่จะได้เดินทางไปต่างประเทศ ปกติจะอยู่กับพ่อแม่ทุกวัน ตอนไปแข่งก็คงจะคิดถึงพ่อกับแม่มากๆ แต่ก็สัญญากันไว้แล้วว่าจะตั้งใจซ้อม ตั้งใจแข่งให้เต็มที่ เพราะอยากทำให้ท่านภูมิใจในตัวเรามากที่สุด ตอนนี้มีคริสเตียโน โรนัลโด เป็นนักเตะในดวงใจ เพราะเขาเล่นเกมรุกได้ดี เลยอยากเล่นให้ได้เก่งแบบเขา โตขึ้นอยากเป็นนักฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยและอยากไปแข่งในลีกต่างประเทศด้วย”

คุณแม่ผู้อยู่เบื้องหลังคอยสนับสนุนทุกๆ ย่างก้าวสำคัญของน้องตั้งใจ นางณัฐนันท์ วงศ์ภัทรสิน เล่าว่า “เริ่มแรกพ่อกับแม่พาน้องชายของตั้งใจมาเรียนเตะฟุตบอลเพราะน้องป่วยบ่อย อยากให้น้องออกกำลังกายจะได้แข็งแรง พอพาไปบ่อยๆ ทำให้ตั้งใจสนใจเล่นฟุตบอลด้วย แม่สนับสนุนน้องทุกอย่าง ตั้งแต่เรื่องการดูแลสุขภาพ เตรียมความพร้อมให้กินอิ่มนอนหลับ แม่ค่อนข้างให้ความสำคัญกับเรื่องอาหาร เพราะเวลาน้องไปซ้อมจะใช้พลังงานเยอะ เราก็ต้องรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ชดเชยกับที่ใช้ไป คืออาหารที่เตรียมให้จะต้องมีประโยชน์ครบห้าหมู่ น้องจะชอบทานสเต็กหมู กับสปาเก็ตตี้ และแม่ก็จะไม่ลืมจัดนมกล่องให้น้องดื่มเป็นประจำทุกวัน”
“สำหรับเคล็ดลับการสอนลูกให้เป็นแชมป์ชีวิตจริง แม่จะปลูกฝังน้องตลอดว่าให้ทำอะไรด้วยความตั้งใจเหมือนกับชื่อของตัวเอง ซ้อมเต็มที่ แข่งก็แข่งอย่างเต็มที่ ไม่ต้องกังวลถึงผลลัพธ์ จะบอกเสมอว่าการเล่นกีฬาต้องรู้จัก “แพ้ได้ ชนะเป็น” ถึงจะแพ้ก็ไม่ได้หมายความว่าเราคือทีมที่แย่ที่สุด เราต้องกลับไปทุ่มเท ฝึกซ้อมเพื่อลงแข่งใหม่ แต่ถ้าชนะก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะเป็นคนที่เล่นได้ดีที่สุดเช่นกัน วันนี้น้องได้ผ่านการคัดเลือกเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่ง ไมโล แชมเปียนส์คัพ กับตัวแทนนักเตะอีก 12 ประเทศทั่วโลก ก็เป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าหากเราตั้งใจ ก็จะทำให้เราเป็นแชมป์ได้ไม่ว่าจะในสนามหรือชีวิตจริง”

ด้านสาวน้อยคนเก่งอีกคนอย่าง น้องข้าวปั้น หรือ ด.ญ.ณชนก โกศลศักดิ์สกุล วัย 11 ปี เล่าให้ฟังว่า “เริ่มรู้จักกีฬาฟุตบอลเพราะตอนเด็กๆ พ่อสอนน้องชายเล่นฟุตบอล ทำให้อยากเล่นด้วย และรู้สึกชอบจึงเริ่มเล่นอย่างจริงจังมากขึ้น จนมีโอกาสไปร่วมแข่งขันในรายการไมโล แชมเปียนส์คัพ รู้สึกภูมิใจมาก ต้องซ้อมเกือบทุกวัน วันธรรมดาซ้อมตอนเช้าก่อนไปเรียนและช่วงเย็นหลังเลิกเรียน เข้านอนประมาณสามทุ่ม ส่วนเสาร์ อาทิตย์ก็ซ้อมตามที่โค้ชจัดตารางให้ ส่วนนักเตะไอดอลของตัวเองคือ ไหม-ธนีกาญจน์ แดงดา นักฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยที่ได้ไปแข่งฟุตบอลโลก ติดตามผลงานของพี่เขาอยู่เสมอเพราะพี่เขาเล่นเก่ง ส่วนในอนาคตอยากเป็นนักฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยและอยากมีโอกาสไปแข่งฟุตบอลโลกด้วย”

ด้านคุณแม่ผู้คอยสนับสนุนดูแลลูกสาวคนเก่ง นางสุวดี โกศลศักดิ์สกุล เล่าว่า “ตอนเด็กๆ แม่พาน้องไปเรียนรำมาก่อน และรำได้ดีด้วย แต่พอได้เล่นฟุตบอลทำให้ต้องตัดสินใจว่าจะเลือกทำกิจกรรมอะไร น้องเลือกเล่นฟุตบอล พ่อกับแม่ก็คอยสนับสนุนทุกอย่าง พาไปอคาเดมี่ กลับบ้านก็มาซ้อมกับพ่ออีก ทางบ้านมีคุยกันบ้างว่ากีฬาฟุตบอลจะเหมาะกับลูกเราหรือไม่ เพราะเป็นผู้หญิง ซึ่งยังไม่ได้เป็นที่นิยมอย่างวงกว้างเท่ากับฟุตบอลชาย แต่เมื่อลูกตัดสินใจแล้ว พ่อกับแม่ก็ต้องสนับสนุนเขาให้ถึงฝั่งฝัน สิ่งที่แม่ให้ความสำคัญคือ ต้องกินอาหารที่มีประโยชน์ และพักผ่อนให้เพียงพอ เน้นอาหารประเภทเนื้อ นม ไข่ และดื่มนมทุกวัน นอกจากนี้ ยังปลูกฝังให้ลูกรู้จักแบ่งเวลาให้เป็น ต้องตั้งใจเรียนในคาบเรียน เพราะหลังเลิกเรียนเราต้องมาซ้อม ไม่มีเวลาทบทวนบทเรียนเท่าคนอื่น”
“สำหรับเทคนิคการเลี้ยงลูกก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ก็เลี้ยงเหมือนครอบครัวอื่น ๆ ทั่วไป แต่จะเน้นให้เขามีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตัวเอง อย่างเวลาเรียนก็ตั้งใจเรียน เวลาซ้อมก็ซ้อมให้เต็มที่ และต้องรู้จักเชื่อฟังคำสั่งสอนของผู้ใหญ่ พ่อแม่ ครู และโค้ช ซึ่งน้องจะค่อนข้างเป็นเด็กดี เชื่อที่พ่อแม่สอน ถึงเขาซ้อมหนักแต่การเรียนก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีทุกเทอม แม่ก็คิดว่าจะสนับสนุนเขาให้ถึงที่สุดตามทางที่เขาตั้งใจค่ะ”

ทั้งนี้ไมโลได้จับมือกับสโมสรฟุตบอลระดับโลกอย่างสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา เพื่อเปิดโอกาสให้นักเตะรุ่นจิ๋วตัวแทนทีมไมโลจาก 12 ประเทศทั่วโลกได้ร่วมฝึกทักษะฟุตบอลผ่านโปรแกรมบาร์ซ่า อคาเดมี่ ที่เน้นให้เด็กๆ ได้ใช้ความคิดในสนาม และเน้นทักษะของการเล่นเป็นทีม ทั้งเทคนิคการเลี้ยงบอล การเตะบอลเร็ว การเคลื่อนไหว และมุมมองในสนาม พร้อมดึงทักษะกีฬาฟุตบอลออกมาใช้กันอย่างเต็มที่ ร่วมให้กำลังใจและลุ้นทีมไมโลตัวแทนประเทศไทยในการแข่งขัน ไมโล แชมเปียนส์ คัพ ทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลเยาวชนระดับโลกครั้งแรกของไมโล ณ สโมสรฟุตบอล บาร์เซโลนา ประเทศสเปน ได้ทางเฟซบุ๊ก facebook.com/MiloThailand


เพิ่มเติมคุณอาจกำลังสนใจ