IVL ชูเรทติ้งหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนของบริษัทระดับ A ชี้สูงในตราสารประเภทนี้ที่ให้ดอกเบี้ย 5% ในช่วง 5 ปีแรก

บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL บริษัทเคมีภัณฑ์ระดับโลกที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศไทย มีฐานการผลิต 101 แห่ง ใน 31 ประเทศ ครอบคลุมภูมิภาคหลักทั่วโลก ทั้งเอเชีย อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ ยุโรป และแอฟริกา โดยบริษัทฯ ดำเนินธุรกิจที่หลากหลาย ได้แก่ PET แบบบูรณาการ, เส้นใยและเส้นด้าย, ออกไซด์แบบบูรณาการและอนุพันธ์, เคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ และบรรจุภัณฑ์ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าทั่วโลก

กลุ่มธุรกิจ PET แบบบูรณาการของ IVL เป็นผู้ผลิตพอลิเมอร์ ซึ่งเป็นวัสดุสำคัญในการการผลิตขวดที่มีขนาดและรูปทรงแตกต่างกันออกไป โดย PET พอลิเมอร์สามารถขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างหลากหลาย ตั้งแต่บรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารและเครื่องดื่ม อาทิ น้ำอัดลม ชาพร้อมดื่ม น้ำผลไม้ ผลิตภัณฑ์จากนม เครื่องดื่มบำรุงกำลัง น้ำดื่ม อาหารทั้งสดและปรุงสำเร็จ ฯลฯ ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์สำหรับของใช้ส่วนตัว เช่น แชมพู สบู่เหลว น้ำมันบำรุงผิว โลชั่น และน้ำยาบ้วนปาก เป็นต้น
นายดีลิป กุมาร์ อากาวาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจ Feedstock และ PET กล่าวว่า “IVL เป็นผู้ผลิตพอลิเมอร์ PET รายใหญ่ที่สุดของโลก ด้วยโรงงานผลิตที่ตั้งอยู่ใน 5 ทวีป ได้แก่ เอเชีย อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ ยุโรป และแอฟริกา ทำให้อยู่ใกล้ชิดและตอบสนองความต้องการของลูกค้าซึ่งเป็นผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคทั้งระดับโลกและระดับภูมิภาคได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ IVL ได้เสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจด้วยการผลิต PTA (Purified Terephthalic Acid) สารตั้งต้นที่ใช้ในการผลิต PET ในสามภูมิภาค ได้แก่ เอเชีย ยุโรป และอเมริกา ซึ่งทำให้ IVL มีข้อได้เปรียบในการดำเนินธุรกิจทั่วโลก”

นายยาโชวาดัน โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านรีไซเคิล เล่าถึงโอกาสในการทำธุรกิจ PET รีไซเคิลว่า “ความต้องการใช้ PET ทั่วโลกในระยะยาวเพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 5-6 ต่อปี ด้วยการเปลี่ยนแปลงระดับมหภาค ทั้งจำนวนประชากรที่เพิ่มสูงขึ้น รายได้ที่เพิ่มสูงขึ้น การขยายตัวของเมือง และการเติบโตของห้างร้านต่างๆ พลาสติก PET ซึ่งนับว่าเป็นสินค้าเพื่อความยั่งยืน เพราะสามารถนำมารีไซเคิลได้ทั้งหมด และเมื่อเทียบกับการใช้บรรจุภัณฑ์อื่นๆ PET ก่อให้เกิดคาร์บอนฟุตปรินท์น้อยที่สุดและน้ำหนักเบาที่สุด จึงถือว่ามีประสิทธิภาพและประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก”

นายอุเดย์ พอล ซิงห์ กิล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจ Fibers เสริมว่า “ธุรกิจเส้นใยและเส้นด้ายของ IVL มีลูกค้ากลุ่มใหญ่เป็นเป็นผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งมีการเติบโตประมาณร้อยละ 5 ต่อปี หรือมากกว่านั้น ผลิตภัณฑ์เส้นใยและเส้นด้ายของเราถูกนำไปผลิตสินค้าที่ผู้บริโภคมีความต้องการสูง เช่น ชุดทำงาน ชุดลำลอง ชุดกีฬา เครื่องนอน ของตกแต่งบ้าน และสินค้าอีกมากมายที่ใช้ในชีวิตประจำวันทั่วๆ ไป นอกจากนี้ IVL ยังผลิตเส้นใยเฉพาะสำหรับผลิตภัณฑ์สุขอนามัย อย่างเช่นผ้าอ้อมเด็ก ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ผ้าอนามัย แผ่นทำความสะอาด และอื่นๆ อีกมาก อีกหนึ่งกลุ่มพิเศษคือเส้นใยสำหรับยานยนต์ซึ่งใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญ เช่น ยางรถ ถุงลมนิรภัย เบาะที่นั่ง เป็นต้น เรายังผลิตเส้ยใยและเส้นด้ายที่ใช้งานในอุตสาหกรรมอีกด้วย”

IVL เป็นผู้ผลิตเส้นใยและเส้นด้ายรายใหญ่ของโลก ซึ่งมีหลายชนิดสำหรับการใช้งานที่แตกต่างกัน ทั้งเส้นใยโพลีเอสเตอร์ ไนลอน เรยอน และเส้นใยขนสัตว์ ธุรกิจนี้มีโรงงานตั้งอยู่ในเอเซีย ยุโรป อเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้ นอกเหนือจากธุรกิจเส้นใยและเส้นด้ายนี้แล้ว ธุรกิจอื่นๆ ของ IVL ได้แก่ ออกไซด์แบบบูรณาการและอนุพันธ์ เคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ และบรรจุภัณฑ์ ต่างก็เป็นผลิตภัณ์ที่นำมาใช้ในอุตสาหกรรมใกล้ตัวผู้บริโภคทั้งสิ้น อาทิ อาหารและเครื่องดื่ม ของใช้ส่วนตัว ของใช้ภายในบ้าน เคมีสำหรับการเกษตร และเคมีสำหรับอุตสาหกรรม

ในปี 2561 IVL ได้รับการจัดอันดับเป็นบริษัทเคมีภัณธ์ที่มีรายได้เป็นอันดับที่ 35 ของโลก โดย Chemical Week สื่อนานาชาติที่รายงานความเคลื่อนไหวของอุตสากรรมเคมีภัณฑ์ สำหรับผลประกอบการในรอบสิบสองเดือนล่าสุด สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2562 IVL มีรายได้ 376,000 ล้านบาท กำไรหลักก่อนหักดอกเบี้ย ภาษีเงินได้ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (Core EBITDA) 45,000 ล้านบาท กำไรหลักสุทธิ 21,000 ล้านบาท และมีกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน 38,000 ล้านบาท

แนะนำเพิ่มเติม
ป้ายหน้าการแบ่งหน้า

นอกจากนี้ IVL ได้ดำเนินธุรกิจตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างแท้จริง และตระหนักถึงการลดของเสีย อนุรักษ์ทรัพยากร และส่งเสริมการนำทรัพยากรที่ใช้งานแล้วกลับมาใช้งานซ้ำหรือรีไซเคิลให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยโรงงานของ IVL มุ่งรักษาและหมุนเวียนการใช้ทรัพยากรเพื่อลดคาร์บอนฟุตปรินท์ เพื่อก่อให้เกิดความยั่งยืนสำหรับธุรกิจมากยิ่งขึ้น ในปี 2562 IVL ได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนดาวน์โจนส์ระดับโลก (Dow Jones Sustainability World Index: DJSI World) เป็นครั้งแรก และยังได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนดาวน์โจนส์ในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Dow Jones Sustainability Emerging Markets Index) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 IVL เป็นผู้นำการรีไซเคิลพลาสติก PET ด้วยโรงงานรีไซเคิลทั้งในเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ ทั้งยังร่วมกับองค์กรต่างๆ ระดับนานาชาตในการสร้างความตระหนักและส่งเสริมการรีไซเคิล บริษัทฯ ให้ความสนใจที่จะลงทุนเพิ่มเติมในธุรกิจรีไซเคิล PET และได้ร่วมมือกับผู้บริโภค ภาคเอกชน และภาครัฐ พลักดันให้มีการนำ PET รีไซเคิลมาใช้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติก

ล่าสุด IVL เตรียมออกและเสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ มูลค่าไม่เกิน 15,000 ล้านบาท ล่าสุด ซึ่งเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2562 ทริส เรทติ้ง คงอันดับเครดิตองค์กรที่ระดับ “AA-” ด้วยแนวโน้ม “Stable” และอันดับเครติตหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนของบริษัทฯ ที่ระดับ “A” ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable”

หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ดังกล่าวกำหนดอัตราดอกเบี้ยในช่วง 5 ปีแรกที่ระดับ 5.00% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุกๆ 3 เดือน ซึ่งเป็นอัตราที่จูงใจสำหรับการลงทุนในภาวะปัจจุบัน ซึ่งอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 1.50% ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้แต่งตั้ง ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ในครั้งนี้ โดยคาดว่าจะเปิดเสนอขายระหว่างวันที่ 4 – 7 พฤศจิกายน 2562 จองซื้อขั้นต่ำ 1 แสนบาท

ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้และร่างหนังสือชี้ชวนที่ www.sec.or.th และสำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับ IVL สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ www.indoramaventures.com

เกี่ยวกับ อินโดรามา เวนเจอร์ส
บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (Bloomberg ticker IVL.TB) เป็นหนึ่งในบริษัทปิโตรเคมีชั้นนำระดับโลก มีโรงงานผลิตครอบคลุมภูมิภาคหลักทั่วโลก ได้แก่ แอฟริกา เอเชีย ยุโรปและอเมริกาเหนือ โดยมีกลุ่มธุรกิจหลัก ประกอบด้วย ธุรกิจ Integrated PET ธุรกิจโอเลฟินส์ ธุรกิจเส้นใย ธุรกิจบรรจุภัณฑ์และธุรกิจเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ (Specialty Chemicals) ผลิตภัณฑ์ของไอวีแอลรองรับลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค อาหารและเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัย ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลส่วนบุคคล และอุตสาหกรรมยานยนต์ อาทิ ผลิตภัณฑ์ยางในรถยนต์และผลิตภัณฑ์ด้านความปลอดภัย ปัจจุบันบริษัทฯ มีพนักงานทั่วโลกราว 19,000 คนและมีรายได้จากการขายรวม 10.7 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2561 บริษัทฯ เป็นสมาชิกดัชนีดาวโจนส์ (DJSI) และมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงเทพฯ ประเทศไทยและมีโรงงานทั่วโลก อันได้แก่

ยุโรป ตะวันออกกลางและแอฟริกา:
เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี สาธารณรัฐไอร์แลนด์ ฝรั่งเศส อังกฤษ อิตาลี เดนมาร์ก ลิทัวเนีย โปแลนด์ สาธารณรัฐเช็ก ลักเซมเบิร์ก สเปน ตุรกี ไนจีเรีย กานา โปรตุเกส อิสราเอล อียิปต์ รัสเซีย สโลวาเกีย ออสเตรีย
อเมริกา:
สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก แคนาดา บราซิล
เอเชีย:
ไทย อินโดนีเซีย จีน อินเดีย ฟิลิปปินส์ เมียนมาร์

หมายเหตุ:
เอกสารฉบับนี้ประกอบด้วย “ข้อความที่แสดงถึงการคาดการณ์” เกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของ บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) บริษัท ซึ่งอ้างอิงจากความเชื่อ สมมติฐาน การคาดการณ์ และการวางแผนในอนาคตของผลการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจของผู้บริหารโดยพิจารณาจากข้อมูลปัจจุบันที่มีอยู่ ข้อความใดๆ ที่นำหน้าหรือตามด้วยคำว่า “ตั้งเป้า” “เชื่อ” “คาดหวัง” “มุ่ง” “มุ่งหมาย” “จะ” “อาจจะ” “คาดการณ์” “ต้องการจะ” “วางแผน” “น่าจะ” “ควรจะ” “ประมาณการ” “มีโครงการ” “คาดว่า” “ประเมินว่า” หรือข้อความอื่นๆ ที่แสดงเจตนาในทางเดียวกัน หรืออยู่ในรูปปฏิเสธในลักษณะดังกล่าว ที่มีการระบุชี้หรือเป็นบอกเป็นนัยถึงข้อความที่แสดงถึงการคาดการณ์ สมมติฐาน การวางแผนและการประมาณการเกี่ยวกับแนวโน้มของตลาดในอนาคต ไม่จำเป็นว่าจะเป็นตัวบ่งชี้ถึงอนาคตหรือผลการดำเนินงานของบริษัทฯ


เพิ่มเติมคุณอาจกำลังสนใจ